ReadyPlanet.com
dot dot
ท ทหารอดทน

การลงบัญชีทหารกองเกิน (ขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน)

      ชายที่มีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้า ๑๘ ปี (๑๗ ปีบริบูรณ์) ใน พ.ศ.ใด ให้ไปแสดงตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน (ไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน) ณ อำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายใน พ.ศ.นั้น (ตั้งแต่ ๑ ม.ค.- ๓๑ ธ.ค.) เช่น เกิด พ.ศ.๒๕๒๔ ต้องไปขึ้นทะเบียนทหารใน พ.ศ.๒๕๔๑

      ผู้ใดไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติ และเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน (ปกติควรให้ผู้ปกครอง) ถ้าไม่ไปแจ้งแทนในปีนั้น ถือว่าหลี่กเลี่ยงขัดขืน ถ้าทางอำเภอแจ้งความดำเนินคดี มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ส่งให้พนักงานสอบสวน คือ ตำรวจเปรียบเทียบปรับไม่ได้  ต้องดำเนินคดีถึงชั้นศาล)

    เมื่อได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว ให้ถือว่าเป็นทหารกองเกินตั้งแต่ วันที่ ๑ ม.ค. ของปีถัดไป

    ๑. การลงบัญชีทหาร ให้ปฏิบัติ ดังนี้
    กรณีบิดาและมารดาสมรสกันตามกฎหมาย ให้ถือภูมิลำเนาของบิดาเป็นหลัก ในการลงบัญชีทหาร ถ้าบิดาถึงแก่กรรมแล้ว มารดายังมีชีวิตอยู่ หรือถ้าทั้งบิดาและมารดาถึงแก่กรรมแล้ว มีผู้ปกครอง ให้ถือภูมิลำเนาในการลงบัญชีทหาร ที่อำเภอท้องที่ที่มารดา หรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาแล้วแต่กรณี หรือถ้าบุคคลดังกล่าวถึงแก่กรรมหมด ให้ลงบัญชีทหารที่อำเภอท้องที่ ที่ผู้ขอลงบัญชีทหารมีภูมิลำเนาอยู่ (ภูมิลำเนาคือการที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในทะเบียนบ้าน)
    การขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน ผู้ขอยื่นใบแสดงตน เพื่อขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน ต้องนำหลักฐานคือสูติบัตร หรือบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน (ที่มีชื่อบิดา หรือมารดา) ต่อนายอำเภอท้องที่ เมื่อนายอำเภอท้องที่ได้ตรวจสอบหลักฐานเอกสาร เห็นว่าถูกต้องแล้ว จะรับลงบัญชีทหาร และออกใบสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.๙) ให้เป็นหลักฐาน
    ตัวอย่าง เช่น นาย ก. เกิด พ.ศ.๒๕๒๔ ให้ถือว่าอายุครบ ๑๗ ปี บริบูรณ์ และอายุย่าง ๑๘ ปี ใน พ.ศ.๒๕๔๑ เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนาย ข. และ นาง ค. (นาย ข. มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นาง ค. มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี, นาย ก. มีภูมิลำเนาอยู่ที่เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งอาศัยอยู่กับน้า) กรณีนี้ นาย ก. จะต้องนำทะเบียนของตนพร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ไปแสดงตนขอลงบัญชีทหารที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของบิดา กับต้องนำทะเบียนบ้านของบิดาและมารดา ไปแสดงด้วย เมื่อลงบัญชีทหารแล้วถือว่า นาย ก. มีภูมิลำเนาทหารอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
    ถ้านาย ข. เสียชีวิต นาย ก. จะต้องนำทะเบียนบ้านบัตรประจำตัวประชาชนของตน กับมรณบัตรของนาย ข. และทะเบียนของ นาง ค. ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
    ถ้า นาย ข. และ นาง ค. หย่าขาดจากกัน นาย ก. อยู่กับมารดาที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หรืออยู่กับน้าที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานครก็ตาม กรณีนี้ นาย ก. จะต้องไปลงบัญชี ณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของบิดา ถ้าไม่สะดวกที่จะไปลงบัญชีทหารด้วยตนเอง จะให้บิดาแจ้งการลงบัญชีทหารแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นกรณีที่ กระชั้นใกล้วันหมดเขตการลงบัญชีทหาร   โดยส่งสำเนาทะเบียนบ้านของตนและของมารดา อีกทั้งบัตรประจำตัวประชาชนของตน พร้อมกับแจ้งตำหนิ แผลเป็นเหนือเอวขึ้นไปที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน ซึ่งต่อไปจะไม่สูญหาย เช่น "แผลเป็นที่แก้มขวา" เพื่อให้บิดาดำเนินการแจ้งลงบัญชีทหารแทน  เสร็จแล้วบิดาจะส่งเอกสารดังกล่าวพร้อมกับใบสำคัญ (แบบ สด.๙) ให้แก่ นาย ก. ไว้เป็นหลักฐานต่อมาถ้า นาย ก. ประสงค์จะตรวจเลือกทหารที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานครก็กระทำได้  โดยแจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารมาอยู่ที่เขตดุสิต การแจ้งไม่ต้องไปแจ้งที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่แต่อย่างใด คงแจ้งที่เขตดุสิตแห่งเดียวกล่าวคือ เพียงแต่นำใบสำคัญ (แบบ สด.๙) ไปขอแจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารที่เขตดุสิต (สัสดีเขตดุสิตเป็นผู้ดำเนินการให้)
    ถ้า นาย ข.และ นาง ค. เสียชีวิตทั้งสองคนและมีน้าเป็นผู้ปกครองกรณีนี้ นาย ก. จะต้องนำหลักฐานดังกล่าวแล้วข้างต้น ไปลงบัญชีทหารที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของน้า
    ถ้า นาย  ก. เกิดนอกสมรส และบิดามิได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือถ้ามารดาเสียชีวิตแล้วมีผู้ปกครอง ให้ลงบัญชีทหารที่อำเภอท้องที่ที่มารดา หรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาแล้วแต่กรณี
    แต่ถ้าไม่มีบุคคลดังกล่าว (บิดา มารดา ผู้ปกครอง) ให้ลงบัญชีทหารที่อำเภอท้องที่ที่นาย ก. มีภูมิลำเนาอยู่
    เนื่องจากทางราชการได้ให้ระยะเวลา ในการลงบัญชีทหารไว้ ตั้งแต่มกราคม ถึง ธันวาคม ในปีที่มีอายุย่าง ๑๘ ปี และในเดือนกันยายนของทุกปี ทางอำเภอจะประกาศเตือน ให้ผู้ที่ยังมิได้ลงบัญชีทหาร ให้ไปลงบัญชีทหารให้เสร็จสิ้น ตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย ประกาศเช่นว่านี้จะปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และที่เปิดเผยตามชุมชนในท้องที่นั้น กับนายอำเภอจะส่งประกาศให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปแจ้งให้ราษฎรในท้องที่ของตนทราบด้วย ถ้าผู้ใดไม่ไปลงบัญชีทหารกองเกินภายในกำหนด จะถูกดำเนินคดีอาญาฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าทางอำเภอ ได้ส่งรายชื่อไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

    ๒. การลงบัญชีทหารกองเกินแทน
    ผู้ใดมีความจำเป็นไม่สามารถไปลงบัญชีทหารด้วยตนเองได้ต้อง ให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน โดยปกติจะเป็นบิดา มารดา หรือพี่ ซึ่งจะต้องเป็นกรณีที่ กระชั้นวันหมดเขตระยะเวลาการลงบัญชี (ประมาณเดือนธันวาคม) โดยมีความจำเป็นดังนี้
    ๒.๑ ป่วย
    ๒.๒ ไปอยู่ต่างประเทศยังไม่มีกำหนดกลับ หรือ มีกำหนดกลับ แต่วันที่จะกลับ เลยกำหนดเวลาการลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว
    ๒.๓ ไปศึกษาต่างท้องที่ ไม่สามารถจะกลับไปได้ เพราะติดการสอบไล่
    บุคคลซึ่งยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามระยะเวลาที่กำหนด ถ้าอายุยังไม่ถึง ๔๖ ปีบริบูรณ์ก็ต้องไปลงบัญชีทหารทุกคนตามกฏหมาย จะให้ผู้อื่นแจ้งแทนไมได้ ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารด้วยตนเองเพราะมีความผิดปกติขึ้นแล้ว
    เมื่อได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว ทางอำเภอจะออกใบสำคัญ (แบบ สด.๙) ให้ไว้เป็นหลักฐานต่อไป เมื่อมีความประสงค์จะย้ายภูมิลำเนาทหาร ก็ย่อมทำได้ โดยแจ้งต่อนายอำเภอ (สัสดีอำเภอ) ท้องที่ที่ตนเองเข้ามาอยู่นั้น (โดยไม่ต้องแจ้งย้ายที่อำเภอเดิม) การแจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารให้กระทำภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ย้ายทะเบียนเข้ามาอยู่ในท้องที่ใหม่โดยนำใบสำคัญ (แบบ สด.๙) หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.๘) กับทะเบียนบ้านไปประกอบหลักฐาน การแจ้งย้ายภูมิลำเนาทหารด้วย
    อนึ่ง ถ้าได้รับใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล ให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล พร้อมก้บใบสำคัญ (แบบ สด.๙) หรือ หนังสือสำคัญ (แบบ สด.๘) ไปแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ ที่เป็นภูมิลำเนาทหาร ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตเพื่อแก้หลักฐานให้ถูกต้อง
    เมื่อได้ขึ้นทะเบียนทหารกองเกินแล้ว ถือว่าผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ในอำเภอ ที่ได้ขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน

    อธิบายศัพท์
    - ภูมิลำเนาทหาร หมายความว่า อำเภอท้องที่ ที่บุคคลนั้นได้แจ้งการลงบัญชีทหารกองเกินไว้ที่อำเภอแล้ว และบุคคลจะมีภูมิลำเนาทหารได้ เพืยงแห่งเดียวเท่านั้น
    - หทารกองเกิน หมายความว่า ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์   ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน (ขึ้นทะเบียนทหาร) แล้ว


Photobucket



การรับหมายเรียกหรือการรับหมายเกณฑ์ (แบบ สด.๓๕)

      ทหารกองเกินทุกคน เมื่อมีอายุย่างเข้า ๒๑ ปี(อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์) ใน พ.ศ. ใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเกณฑ์ ที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายใน พ.ศ.นั้น เช่น ทหารกองเกินเกิด พ.ศ.๒๕๒๑ ให้ไปแสดงตนรับหมายเกณฑ์ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๑ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๑ ในเวลาราชการ เมื่อรับหมายเกณฑ์แล้ว จะต้องไปรับการตรวจเลือก (เกณฑ์ทหาร) ในเดือนเมษายน ๒๕๔๒ ตามวัน เวลาและสถานที่ ทีกำหนดไว้ในหมายเกณท์ หากไม่ไปจะถูกดำเนินคดีฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี

๑. การออกหมายเกณฑ์
    หมายเกณฑ์ นายอำเภอจะออกเฉพาะผู้ที่ได้ลงบัญชีเป็นทหารกองเกินแล้ว คือ
    ๑.๑ ผู้ที่มีอายุ ๒๑ ปีบริบูรณ์ ในปีที่จะเข้ากองประจำการ
    ๑.๒ ผู้ที่มีอายุ ๒๒-๒๙ ปีบริบูรณ์ ซึ่งต้องไม่เคยเข้าตรวจเลือก(เกณฑ์ทหาร) หรือเป็นคนหลีกเลี่ยง ไม่มารับการเกณฑ์ทหารในปีก่อน ๆ (ศาลตัดสินลงโทษแล้ว) หรือพ้นจากฐานะการยกเว้น หรือผ่อนผัน หรือได้รับการผ่อนผันเนื่องจากเป็นนิสิต นักศึกษา นักเรียน หรือผู้ที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบิดาหรือมารดา หรือบุตร หรือคณะกรรมการตรวจเลือกมีความเห็นว่า ป่วยรักษาไม่หายภายใน ๓๐ วัน ในปีที่ผ่านมา

๒. การรับหมายเกณฑ์แทน
    ผู้ใดไม่สามารถจะไปรับหมายเรียกด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และเชื่อถือได้ไปรับหมายเกณฑ์แทน ถ้าไม่มีให้ถือว่า ผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน การรับแทนจะต้องเป็นกรณีใกล้วันหมดเขตรับหมายเกณฑ์ (ประมาณเดือนธันวาคม) โดยมีความจำเป็น ดังนี้
    ๒.๑ ป่วย
    ๒.๒ ไปอยู่ต่างประเทศยังไม่มีกำหนดกลับ หรือมีกำหนดกลับ แต่วันที่จะกลับนั้นเลยกำหนดเวลาการรับหมายเกณฑ์แล้ว
    ๒.๓ ไปศึกษาต่างท้องที่ ไม่สามารถจะกลับไปได้เพราะติดการสอบไล่
    การที่จะให้รับหมายเกณฑ์แทนหรือไม่นั้นอยู่ในดุลพินิจของนายอำเภอ
    การรับหมายเกณฑ์แทน จะต้องมีหนังสือมอบหมาย หรือมอบฉันทะของทหารกองเกินผู้นั้น ถึงนายอำเภอโดยผู้รับแทนนำมาแสดง แล้วให้สัสดีอำเภอลงทะเบียนรับหนังสือ และให้ทางอำเภอทำการสอบสวนปากคำ ผู้รับแทนนั้นไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งผู้รับแทน จะต้องให้คำรับรองในการสอบสวนว่า จะมอบหมายเกณฑ์ที่รับไปนั้น นำไปมอบให้แก่ทหารกองเกินผู้นั้น พร้อมกับแจ้งวันเวลา และสถานที่เกณฑ์ทหารให้ทราบ แล้วเสนอนายอำเภอ ขออนุมัติก่อนมอบหมายเกณฑ์ให้รับไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ ทหารกองเกินผู้นั้นอ้างว่า ไม่ได้รับหมายเกณฑ์ในกรณีที่หลีกเลี่ยงขัดขืน ไม่ไปเข้ารับการเกณฑ์ทหาร

๓. การจัดทำประกาศ
    ในเดือนตุลาคมทุกปี ทางอำเภอจะจัดทำประกาศให้ทหารกองเกิน ที่มีอายุย่างเข้า ๒๑ ปี ใน พ.ศ. นั้นไปแสดงตนเพื่อรับหมายเกณฑ์ที่ อำเภอ ประกาศเช่นว่านี้จะปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และที่เปิดเผยตามชุมชนในท้องที่นั้น กับนายอำเภอจะส่งประกาศให้กำนัน ผู้ใหญ้บ้าน เพื่อนำไปแจ้งให้ราษฎรในท้องที่ของตนทราบด้วย ถ้าผู้ใดไม่ไปรับหมายเกณฑ์ตามกำหนด จะถูกดำเนินคดีอาญาฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าทางอำเภอได้ส่งรายชื่อไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



Photobucket



การตรวจเลือก (การเกณฑ์ทหาร)


      "บุคคลซึ่งจะเข้ารับราชการทหารกองประจำการนั้น ต้องมีขนาดรอบตัวตั้งแต่ เจ็ดสิบหกเซนติเมตรขึ้นไป ในเวลาหายใจออก และสูงตั้งแต่ หนึ่งเมตรสี่สิบเซนติเมตรขึ้นไป ถ้าขนาดสูงหรือขนาดรอบตัว อย่างใดอย่างหนึ่งต่ำกว่ากำหนดนี้ ให้ถือว่าเป็นคนไม่ได้ขนาด จะส่งเข้ากองประจำการไม่ได้"

    การตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการเกณฑ์ทหารนั้น ตามปกติกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดไว้ในเดือนเมษายน (วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ของทุกปี) ดังนั้น ทหารกองเกินเมื่อได้รับหมายเรียกแล้ว จะต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนดในหมายเรียก ทั้งนี้ โดยนำหลักฐานต่างๆ ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.๙), หมายเรียก(แบบ สด.๓๕.) , บัตรประจำตัวประชาชน, ประกาศนียบัตร หรือหลักฐานทางการศึกษา ไปแสดงด้วย
    หากทหารกองเกินผู้ใดไม่ไป ถือว่าหลีกเลี่ยงขัดขืนมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี และในวันตรวจเลือกนั้น ผู้เข้ารับการตรวจเลือกทุกคน จะได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.๔๓) หรือ ใบผ่านการเกณฑ์ทหารนั่นเอง

๑. คณะกรรมการตรวจเลือก ประกอบด้วย
    ๑.๑ นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งมียศไม่ต่ำกว่าพันโทหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ มีหน้าที่อำนวยการ และควบคุมการตรวจเลือก ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และออกเสียงชี้ขาด ในกรณีที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกไม่อาจตกลงกัน โดยเสียงข้างมากได้ กับมีหน้าที่ตรวจสอบการปล่อยตัวทหารกองเกิน พร้อมมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบสด.๔๓)
    ๑.๒ นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งมียศหรือเทียบเท่าไม่สูงกว่าประธานกรรมการ ไม่เกินสองคน เป็นกรรมการ มีหน้าที่ ดังนี้
                ๑.๒.๑ กรรมการนายทหารสัญญาบัตร (คนที่ ๑ ) มีหน้าที่เรียกชื่อทหารกองเกิน ซึ่งถูกเรียกมาตรวจเลือก จัดดูแลทหารกองเกิน ซึ่งตรวจเลือกแล้ว ให้อยู่รวมเป็นจำพวก ป้องกันมิให้ทหารกองเกินซึงตรวจเลือกแล้วปะปน กับทหารกองเกินซึ่งยังมิได้ตรวจเลือก และรับทหารกองเกิน ซึ่งคณะกรรมการตรวจเลือก กำหนดให้เข้าประจำการ เพื่อนำตัวไปขึ้นทะเบียน หรือนำตัวส่งนายอำเภอ เพื่อออกหมายนัดเข้ารับราชการทหาร
                ๑.๒.๒ กรรมการนายทหารสัญญาบัตร (คนที่ ๒) มีหน้าที่วัดขนาด เก็บยอดเป็นจำพวก ตรวจสอบสลากควบคุมการทำสลาก และอ่านสลากในระหว่างการจับสลาก
    ๑.๓ สัสดีจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่งคน ซึ่งมิได้ประจำอยู่ในท้องที่ตรวจเลือกนั้น เป็นกรรมการ มีหน้าที่บันทึกผลการตรวจเลือก ในบัญชีเรียกฯ (แบบ สด.๑๖) รับเรื่องราวร้องขอ ในเหตุต่าง ๆ ซึ่งนายอำเภอได้สอบสวนแล้ว เตรียมทำสลาก บันทึกผลการจับสลากขึ้นทะเบียน และทำบัญชีคนที่ส่งเข้ากองประจำการ
    ๑.๔ นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้น ๑ สาขาเวชกรรมหนึ่งคน หรือหลายคน เป็นกรรมการ มีหน้าที่ตรวจร่างกาย ผู้ที่ถูกเรียกมาตรวจเลือก และออกใบสำคัญให้แก่คนจำพวกที่ ๓ และคนจำพวกที่ ๔ รวมทั้งควบคุมการจับสลาก

๒. ขั้นตอนการตรวจเลือก ในการเลือกนั้น จะแบ่งออกเป็น ๒ ขั้นตอน ดังนี้
    ๒.๑ ขั้นตอนที่หนึ่ง เมื่อ ทหารกองเกินมา ณ สถานที่ตรวจเลือก ให้เข้าแถวรวมอยู่ตามป้ายตำบลที่ปักไว้ ครั้นถึงเวลา ๐๗.๐๐น. จะมีพิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา โดยประธานกรรมการ นำคณะกรรมการตรวจเลือก และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมาเข้าแถว ณ หลังเสาธง จัดให้มีเจ้าหน้าที่เชิญธงชาติ เมื่อธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาแล้ว ประธานกรรมการ จะกล่าวถึงความสำคัญในการเข้ารับราชการทหาร และกรรมการสัสดีจังหวัด จะชี้แจงวิธีปฏิบัติในการร้องขอเข้ากองประจำการ รวมทั้งการยกเว้น ผ่อนผัน ตลอดจนการขอสิทธิลดวันรับราชการ และเหตุต่าง ๆ ที่ควรทราบ ต่อจากนั้น จะเริ่มทำการตรวจเลือก ดังนี้
          ๒.๑.๑ เจ้าหน้าที่โต๊ะที่ ๑ มีหน้าที่เรียกชื่อ ตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และหมายเรียก เพื่อมิให้เปลี่ยนตัวและผิดคน
          ๒.๑.๒ เจ้าหน้าที่โต๊ะที่ ๒ มีหน้าที่ตรวจร่างกาย และแบ่งคนเป็นจำพวก กล่าวคือเมื่อตรวจร่างกายแล้ว จะแบ่งคนออกเป็น ๔ จำพวก คือ
                ๒.๑.๒.๑ จำพวกที่ ๑ ได้แก่ คนซึ่งร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่มีอวัยวะพิการ หรือผิดส่วนแต่อย่างใด
                ๒.๑.๒.๒ จำพวกที่ ๒ ได้แก่ คนซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่า ไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ ๑ แต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๑๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ เช่น ตาเหล่อ ช่องหูมีหนองเรื้อรัง และทั้งแก้วหูทะลุ คอพอก มือหรือแขนลีบหรือบิดเก ไส้เลื่อนลงถุง ฯลฯ
                ๒.๑.๒.๓ จำพวกที่ ๓ ได้แก่ คนซึ่งมีร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้ เพราะป่วยซึ่งจะบำบัดให้หายไม่ได้ ภายในกำหนด ๓๐ วัน กรณีนี้ให้เรียกมาตรวจเลือกในคราวถัดไป เมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกได้ตรวจเลือกแล้ว ยังคงเป็นคนจำพวกที่ ๓ อยู่รวม ๓ ครั้ง ให้งดเรียก (การนับครั้ง จะนับครั้งให้เฉพาะที่ได้ตัวมาตรวจเลือก ถ้าตัวไม่มาตรวจเลือกไม่นับนครั้งให้)
                ๒.๑.๒.๔ จำพวกที่ ๔ ได้แก่ คนพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถรับราชการได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๗๔ (พ.ศ.๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ เช่น ต้อหิน หูหนวกทั้งสองข้าง ลิ้นหัวใจพิการ หืด เบาหวาน กระเทย โรคจิต ใบ้ คนเผือก ฯลฯ (ปลดพ้นราชการทหารประเภทที่ ๒ ตามกฎหมาย)
                 เมื่อตรวจร่างกายกำหนดคนเป็นจำพวกแล้ว คนจำพวกที่ ๑ เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปยังโต๊ะที่ ๓ เพื่อทำการวัดขนาด ส่วนคนจำพวกที่ ๒, ๓ และ ๔ ให้ไปรอที่โต๊ะประธานกรรมการ เพื่อตรวจสอบปล่อยตัว
          ๒.๑.๓ เจ้าหน้าที่โต๊ะที่ ๓ มีหน้าที่ วัดขนาด โดยกระทำ ดังนี้ ให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกยืนตั้งตัวตรง ส้นเท้าชิดกัน ขนาดสูงให้วัด ตั้งแต่ส้นเท้าจนสุดศีรษะ ขนาดรอบตัวให้คล้องแถบเมตรรอบตัว ให้ริมล่างของแถบลงได้ระดับราวนมโดยรอบ วัดเมื่อหายใจออกเต็มที่หนึ่งครั้ง และหายใจเข้าเต็มที่หนึ่งครั้ง เมื่อวัดขนาดแล้ว จะแบ่งทหารกองเกินเป็น ๓ กลุ่มดังนี้
                ๒.๑.๓.๑ กลุ่มที่ ๑ เรียกว่า คนได้ขนาด คือ มีขนาดสูงตั้งแต่ ๑ เมตร ๖๐ เซนติเมตรขึ้นไป และมีขนาดรอบตัวตั้งแต่ ๗๖ เซนติเมตรขึ้นไป
                ๒.๑.๓.๒ กลุ่มที่ ๒ เรียกว่า คนขนาดถัดรอง คือ มีขนาดสูงตั้งแต่ ๑ เมตร ๕๙ เซนติเมตร ลงมาถึง ๑ เมตร ๔๖ เซนติเมตร และมีขนาดรอบตัวตั้งแต่ ๗๖ เซนติเมตรขึ้นไป คนขนาดถัดรองนี้ หากมีคนขนาดสูงกว่าและได้ขนาดพอ (คนได้ขนาด) คณะกรรมการตรวจเลือกจะคัดออก ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องจับสลาก
                ๒.๑.๓.๓ กลุ่มที่ ๓ เรียกว่า คนไม่ได้ขนาด คือ มีขนาดสูงไม่ถึง ๑ เมตร ๔๖ เซนติเมตร หรือขนาดรอบตัวไม่ถึง ๗๖ เซนติเมตร อย่างใดอย่างหนึ่ง คนไม่ได้ขนาดนี้ คณะกรรมการตรวจเลือกจะคัดออก ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องจับสลากแต่อย่างใด
                 เมื่อได้วัดขนาด และแบ่งคนเป็นกลุ่มต่าง ๆ แล้ว ต่อไปก็จะเป็นวิธีการคัดเลือกผู้ที่จะต้องจับสลาก (แดง- เป็นทหาร , ดำ - ปล่อย) ต่อไป
                วิธีคัดเลือกนั้น ผู้ซึ่งอยู่ในข่ายที่จะส่งเข้าเป็นทหารได้ คือคนจำพวกที่ ๑ , คนจำพวกที่ ๒ และคนผ่อนผัน ที่มีขนาดสูงตั้งแต่ ๑ เมตร ๔๖ เซนติเมตร และมีขนาดรอบตัว ๗๖ เซนติเมตรขึ้นไป โดยมีวิธีคัดเลือกดังนี้
                 ก. เลือกคนพวกที่ ๑ ซี่งมีขนาดสูงตั้งแต่ ๑ เมตร ๖๐ เซนติเมตรขึ้นไปก่อน ถ้ามีจำนวนมากกว่าที่ทางราชการต้องการ ก็ให้จับสลาก
                 ข. ถ้าคนจำพวกที่ ๑ ซึ่งมีขนาดสูงตั้งแต่ ๑ เมตร ๖๐ เซนติเมตรขึ้นไป มีไม่พอกับจำนวนที่ทางราชการต้องการ ก็ให้เลือกคนที่มีขนาดสูงถัดรองลงมา (๑๕๙ ซม., ๑๕๘ ซม. ฯลฯ) ตามลำดับ จนพอกับจำนวนที่ต้องการ
                 ค. ถ้าคนจำพวกที่ ๑ (คนที่มีขนาดสูง ๑ เมตร ๖๐ เซนติเมตรขึ้นไป และคนขนาดถัดรอง) มีไม่พอกับจำนวนที่ต้องการ ก็ให้เลือกคนจำพวกที่ ๒ ถ้ายังไม่พออีก ก็ให้เลือกจากคนที่จะได้รับการผ่อนผัน
          ๒.๑.๔ โต๊ะประธานกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องก่อนปล่อยตัวคนจำพวกที่ ๔ , ๓ คนไม่ได้ขนาด , คนผ่อนผัน , คนจำพวกที่ ๒ คนขนาดถัดรอง (ถ้ามีคนได้ขนาดพอ) และคนได้ขนาด (กรณีที่มีคนร้องขอ หรือสมัครเป็นทหารพอกับจำนวนที่ต้องการแล้ว ไม่ต้องจับสลาก) พร้อมกับมอบใบรับรอง ผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.๔๓ ให้รับไปในวันตรวจเลือก)
    ๒.๒ ขั้นตอนที่สอง ซึ่งได้แก่การจับสลาก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ในขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกชื่อคนจำพวกที่ ๑ ซึ่งอยู่ในข่ายที่จะต้องจับสลาก (คัดเลือกแล้ว) มารวมเป็นตำบล ๆ เพื่อดำเนินการจับสลาก โดยมีสลากสีแดง และ สลากสีดำ รวมกันเท่ากับคนที่ต้องจับสลาก สลากสีแดงให้มีเท่ากับจำนวนคนที่ต้องส่งเข้ากองประจำการ โดยหักคนหลีกเลี่ยงขัดขืน และคนร้องขอเข้ากองประจำการ (สมัคร) ออก นอกนั้นเหลือเป็นสลากสีดำ
    การที่จะกำหนดให้ตำบลใดจับสลากก่อนหลังนั้น จะกระทำโดยวิธี ให้ผู้แทนของแต่ละตำบล ซึ่งอาจจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศมนตรี หรือผู้แทนทหารกองเกินของตำบลนั้น ๆ มาจับสลาก
    ผู้ที่จับสลากดำ ประธานกรรมการตรวจเลือก จะมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ (แบบ สด.๔๓) ให้รับไปในวันตรวจเลือก และปล่อยตัวไป
    ผู้ที่จับสลากแดง ประธานกรรมการตรวจเลือก จะมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ (แบบ สด.๔๓) ให้รับไปในวันตรวจเลือก และนำตัวรับหมายนัดเข้าราชการทหาร (แบบ สด.๔๐) จากเจ้าหน้าที่ของอำเภอ เพื่อให้ไปรายงานตัวเข้ารับราชการกองประจำการ ตามกำหนดในหมายนัดของนายอำเภอต่อไป   

๒.๓ สำหรับผู้ที่จับสลากแดง โดยปกติจะต้องเป็นทหารมีกำหนด ๒ ปี แต่ถ้าเป็นผู้มีคุณวุฒิพิเศษแล้ว กฎหมายยังเปิดโอกาสให้สิทธิในการลดวันรับราชการได้ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.๒๕๐๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ ทั้งนี้ การขอสิทธิลดวันรับราชการทหาร ต้องนำหลักฐานแสดงคุณวุฒิพิเศษ ไปยื่นต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก โดยทำคำร้องไว้ พร้อมทั้งขอใบรับหลักฐาน จากเจ้าหน้าที่ด้วย



ผู้ที่อยู่ในกองประจำการน้อยกว่า ๒ ปี
ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๐๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗


ประเภท
ร้องขอ ฯ (สมัคร)
ไม่ร้องขอฯ (จับได้ใบแดง)
ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร
๖ เดือน
๑ ปี
ข้าราชการตุลาการ
๖ เดือน
๑ ปี
ดาโต๊ะยุติธรรม
๖ เดือน
๑ ปี
ข้าราชการฝ่ายตุลาการซึ่งเป็นข้าราชการธุรการ    
และรับเงินเดือนประจำตั้งแต่ชั้นตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป
๖ เดือน
๑ ปี
ข้าราชการอัยการ
๖ เดือน
๑ ปี
ข้าราชการพลเรือนซึ่งรับเงินเดือนประจำ    
ตั้งแต่ชั้นตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป
๖ เดือน
๑ ปี
พนักงานเทศบาลซึ่งรับเงินเดือนประจำ    
ตั้งแต่ชั้นตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป
๖ เดือน
๑ ปี
ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาหรือผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ    
 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้น    
อุดมศึกษา(ปวท.,ปวส.,อนุ ฯ , ฯลฯ)
๖ เดือน
๑ ปี
ผู้สำเร็จชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือผู้ซึ่ง    
กระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่า    
ชั้นที่กล่าวนั้น (ม.๘, ม.ศ.๕, ม.๖, ปวช., ฯลฯ)
๑ ปี
๒ ปี
ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ ๑
๑ ปี
๑ ปี  ๖ เดือน
ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ ๒
๖ เดือน
๑ ปี
     

หมายเหตุ ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ ๓ ขึ้นไป ให้ขึ้นทะเบียนกองประจำการ แล้วปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ โดยมิต้องเข้ารับราชการ ในกองประจำการแต่อย่างใด


    ๒.๔ คณะกรรมการชั้นสูง
    อนึ่ง ผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นทหาร (จับได้ใบแดง) เห็นว่าคณะกรรมการตรวจเลือกตัดสินไม่ถูก หรือไม่ยุติธรรม ให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการชั้นสูงได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น แต่ถ้าถึงกำหนดที่จะต้องไปเป็นทหารกองประจำการ ก็ให้เข้าเป็นทหารก่อน จนกว่าจะได้รับคำตัดสิน (คณะกรรมการชั้นสูงประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้แทนหนึ่งคนเป็นประธาน, เจ้าหน้าที่สัสดี ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า สัสดีจังหวัดหนึ่งคน และข้าราชการอื่นซึ่งดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าหัวหน้าแผนก หรือเทียบเท่าหนึ่งคน เป็นกรรมการ)


Photobucket



การเรียกพล

            ผู้ที่ต้องถูกเรียกพลมีหลายประเภท แต่จะกล่าวถึงเฉพาะ "ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ " คือ ทหารที่ปลดจากกองประจำการ โดยรับราชการในกองประจำการ จนครบกำหนด และทหารกองเกินที่จบการฝึกวิชาทหารในชั้นปีที่ ๓ (รด. ปี ๓) ขั้นไป เมื่อขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเมื่อปลดเป็นกองหนุนจะได้รับหนังสือสำคัญ(สด.๘) พร้อมกับสมุดประจำตัวทหารกองหนุน ประเภทที่ ๑ ไว้เป็นหลักฐาน
            ภายในระยะเวลาประมาณไม่เกิน ๒ ปี ทางราชการจะเรียกเข้ารับราชการทหารในการเรียกพล ซึ่งจะไม่เรียกทุกคน ดังนั้น ผู้ที่ถูกเรียกพลก็จะต้องไปตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนดต่อไป
           ๑. การเรียกพล มีดังนี้
                ๑.๑ การเรียกพลเพื่อตรวจสอบ คือ การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร กำหนดไม่เกิน ๑ วัน โดยกระทำในยามปกติเพื่อเข้ารับการตรวจสอบสภาพ ตรวจสอบบัญชี และซักซ้อมระเบียบ
                ๑.๒ การเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร คือ การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร มีกำหนดไม่เกิน ๖๐ วัน โดยกระทำในยามปกติเพื่อเข้ารับการฝึกทบทวนวิชาทหาร
                ๑.๓ การเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม คือ การเรียกกำลังพลสำรอง เข้ารับราชการทหารมีกำหนดไม่เกิน ๖๐ วัน โดยกระทำในยามปกติ และยามสถานการณ์คับขัน เพื่อทดสอบแผน หรือเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
                ๑.๔ การระดมพล คือ การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหารในยามที่ประเทศชาติอยู่ในสถานการณ์คับขัน โดยมีกำหนดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้น เพื่อป้องกันประเทศ หรือปราบปรามจราจลและขยายกำลังอัตราสงคราม
               การเรียกพลทั้ง ๔ ประเภทนี้ เป็นการเตรียมพล เพื่อให้กำลังพลมีประสิทธิภาพในการพร้อมรบอยู่ตลอดเวลา
                ทหารกองหนุน เมื่อได้รับหมายเรียกพลจากนายอำเภอท้องที่แล้ว ต้องไปเข้ารับการเรียกพลตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายเรียกพล หากหลีกเลี่ยงขัดขืนจะมีความผิดตามกฎหมาย คือ หลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ เดือน ถึง ๔ ปี
           ๒. การผ่อนผันการเรียกพล
                ทหารกองหนุนผู้ใด ถ้าเห็นว่าตนจะได้รับการผ่อนผันไม่ต้องเรียกเข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม เพราะเป็น
                ๒.๑ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และข้าราชการ (ตั้งแต่ระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไป) ก็ให้แจ้งต่อสถานศึกษาหรือส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ พร้อมส่งหลักฐานขอผ่อนผันไปยังกระทรวงกลาโหม ดังนี้
                    ๒.๑.๑ บัญชีรายชื่อ (แบบ สด.๔๕)
                    ๒.๑.๒ สำเนาหนังสือสำคัญ (แบบ สด.๘)
                    ๒.๑.๓ สำเนาหมายเรียกพล (ถ้ามี)
                    ๒.๑.๔ สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - ชื่อสกุล(ถ้ามี)
                    ๒.๑.๕ สำเนาหลักฐานการย้ายภูมิลำเนาทหาร (ถ้ามี)
                ๒.๒ ครูหรืออาจารย์ ซึ่งประจำทำการสอนหนังสือ หรือวิชาการต่าง ๆ จะต้องไปขอผ่อนผันด้วยตนเองต่อนายอำเภอท้องที่ที่ทำการสอนอยู่ (ไม่ต้องส่งไปที่กระทรวงกลาโหม) โดยนำหลักฐาน ดังนี้
                    ๒.๒.๑ สำเนาหนังสือสำคัญ(แบบ สด.๘)
                    ๒.๒.๒ หลักฐานรับรองว่าเป็นครูหรืออาจารย์
                    ๒.๒.๓ สำเนาทะเบียนบ้าน
                    การขอผ่อนผัน นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีรายชื่อ (แบบ สด.๔๕) ส่งไปยังกระทรวงกลาโหมทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ได้รับหมายเรียกพลก่อน ให้ขอผ่อนผันได้เมื่อเป็นทหารกองหนุนและอยู่ในระหว่างการศึกษา
                    สำหรับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายทหารสัญญาบัตรยศตั้งแต่ ว่าที่ร้อยตรี ขั้นไป จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทหาร ว่าด้วยการแบ่งประเภทนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งถือว่าเป็นนายทหารกองหนุน โดยปกติมีหน้าที่เข้ารับราชการปีหนึ่งไม่เกิน ๒ เดือน จึงไม่มีสิทธิที่จะขอผ่อนผันการเรียกพล
                    ทหารกองหนุน เมื่อได้รับหมายเรียกพลแล้ว ขอได้สละเวลาไปรับราชการทหารด้วยความสมัครใจ เพื่อเป็นการพบปะผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมรุ่น ทั้งเป็นการฝึกทวนแนะนำอาวุธใหม่ ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ดังนั้น อย่าได้คิดหลีกเลี่ยง ขัดขืน หรืออ้างความจำเป็นใด ๆ จนเป็นเหตุให้ขาดการปฏิบัติหน้าที่ที่ดีต่อชาติ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อตัวท่านเอง และประเทศชาติในที่สุด


Photobucket



ไขข้อข้องใจ

            ถาม : ถ้าบิดามารดาเป็นคนไทย ไปประกอบอาชีพส่วนตัวที่สหรัฐอเมริกา และมีบุตรชายเกิดที่นั่น ๑ คน ตั้งแต่บุตรชายเกิดทั้งบิดามารดาและบุตรไม่เคยกลับประเทศไทยเลย บุตรไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านและยังไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนในปี ๒๕๔๑ บุตรมีอายุย่าง ๑๘ ปี ซึ่งครบกำหนดจะต้องลงบัญชีทหารกองเกิน บิดาจึงบอกแก่บุตรให้เขียนจดหมายถึงอา (น้องชายของบิดา) ซึ่งอยู่ในประเทศไทยพร้อมกับให้ส่งสำเนาสูติบัตร และให้บุตรแจ้งว่ามีตำหนิแผลเป็นที่คอมาเพื่อให้อาไปแจ้งการลงบัญชีทหารกองเกินแทนไว้ก่อน เพราะกลัวว่าเมื่อกลับมาอยู่ประเทศไทย หากไม่ลงบัญชีฯ ตามที่กำหนดจะมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงขัดขืนกรณีนี้จะเป็นการถูกต้องหรือไม่ อย่างไร
           ตอบ :  กรณีนี้อาจจะต้องนำสำเนาสูติบัตร ไปพบเจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอที่บิดามารดามีภูมิลำเนา เพื่อแจ้งการลงบัญชีทหารกองเกินแทน เจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอ จะให้ผู้แจ้งแทนกรอกข้อความลงในใบแสดงตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน(แบบ สด.๔๔) เมื่อเจ้าหน้าที่ตราจสอบหลักฐานแล้ว เห็นว่ายังขาดสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอลงบัญชีฯ ก็จะบันทึกเสนอนายอำเภอ ให้ชะลอการลงบัญชีทหารกองเกินไว้ก่อน เมื่อหลักฐานครบแล้ว จึงค่อยสอบสวนดำเนินการรับลงบัญชี ฯ ให้ตามระเบียบ เมื่อนายอำเภอเห็นชอบ ให้ผู้แจ้งเซ็นทราบไว้ในใบแสดงตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๔๔) แล้วถ่ายสำเนาให้ผู้แจ้งแทนเก็บไว้เป็นหลักฐาน ๑ ฉบับ เมื่อมีเอกสารครบแล้ว แม้จะมาลงบัญชีฯ เกินกำหนดก็ไม่ต้องถูกดำเนินคดี ฐานหลีกเลี่ยงขัดขืนแต่อย่างใด เพราะได้ยื่นคำร้อง คือ ใบแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๔๔) ไว้แล้ว

Photobucket

           ถาม : เหลือง เป็นผู้มีสัญชาติไทยไปทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่ไต้หวันและมีความสัมพันธ์กับนายจ้างจนมีบุตรชายร่วมกัน ๑ คน ชื่อเหลียงเกิดเมื่อ ๒ เมษายน ๒๕๒๔ ต่อมาเมื่อ ๑๓ เมษายน ๒๕๒๙ นางเหลืองได้เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมบุตร และมาอยู่กับแม่ที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของตนและได้เพิ่มชื่อบุตรชายไว้ในทะเบียนบ้านเรียบร้อย ต่อจากนั้นเมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๙ นางเหลืองได้กลับไปทำงานที่ไต้หวันตามเดิมโดยให้ลูกชายอยู่กับยายที่บ้านอำเภอโนนไทย เมื่อลูกชายอายุครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน ต่อจากนั้นนางเหลือง ได้ให้บุตรชายไปทำงานด้วยกันที่ไต้หวัน กรณีนี้ เมื่อนายเหลียงอายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ ซึ่งครบกำหนดลงบัญชีทหารกองเกิน จะต้องปฏิบัติอย่างไร
           ตอบ : นายเหลียงจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านไปแสดง เมื่อจะมาลงบัญชีทหารกองเกิน ณ อำเภอโนนไทย แต่ถ้านายเหลียงเห็นว่าจะมาลงบัญชี ฯ ด้วยตนเองไม่สะดวกเพราะจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง นายเหลียงก็สามารถมอบให้ยายเป็นผู้ไปแจ้งแทนได้ โดยบอกตำหนิแผยเป็นที่เห็นได้ง่ายชัดเจนเหนือเอวขึ้นไปให้ยายทราบ เพื่อยายจะได้ไปแจ้งการลงบัญชีทหารกองเกินแทนได้ถูกต้อง เมื่อได้รับลงบัญชีฯ แล้วทางอำเภอจะออกใบสำคัญ (แบบ สด.๙) มอบให้ยายเพื่อนำไปมอบให้แก่นายเหลียง เก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

Photobucket

          ถาม : นายฉมัง หมันหลุด กับ นางโฉม ฉุนนาม ได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย และมีบุตรชายร่วมกัน ๑ คน ชื่อ ฉมวก ต่อมาเมื่อฉมวกอายุได้ ๑๓ ปี นายฉมังและนางโฉมได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย โดยนางโฉมเป็นผู้เลี้ยงดูบุตร หลังจากหย่ากันแล้วไม่ทราบว่านายฉมังไปอยู่ที่ไหนไม่สามารถติตต่อกันได้ ขณะนี้นายฉมวกมีอายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ ซึ่งจะต้องลงบัญชีทหารกองเกิน กรณีนี้จะปฏิบัติอย่างไร
          ตอบ : ตามหลักกฎหมาย ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ จะต้องไปลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอ ซึ่งบิดามีภูมิลำเนา ในกรณีนี้ ถ้าสอบสวนได้ความชัดแจ้งว่า ไม่สามารถติดต่อกับบิดาได้ ก็ให้ลงบัญชีทหารกองเกิน ที่อำเภอท้องที่ที่มารดามีภูมิลำเนา โดยนำทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวรประชาชนไปประกอบหลักฐานการลงบัญชีฯ ด้วย

Photobucket

           ถาม : กระผมมีลูกชายอยู่หนึ่งคน ส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ขณะนี้อายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ จะลงบัญชีทหารกองเกินอย่างไร
          ตอบ : ให้บิดาหรือมารดาหรือผู้บรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งการลงบัญชีทหารกองเกิน แทน ณ อำเภอภูมิลำเนาของบิดา โดยนำสำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร รูปถ่ายของผู้ขอลงบัญชี ฯ (ลูกชาย) สำเนาหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ และหลักฐานการศึกษา เพื่อเจ้าหน้าที่สัสดี จะได้ตรวจสอบหลักฐาน และสอบสวนว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยจริง และไม่ผิดตัวในการรับลงบัญชี ฯ กรณีนี้ ถ้าไม่มีสูติบัตร จะต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ประกอบการรับลงบัญชีฯ และผู้แจ้งแทนจะต้องทราบตำหนิแผลเป็นของผู้ขอลงบัญชี ฯ ด้วย ถ้าหลักฐานไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะบันทึกในใบคำร้อง คือ ใบแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๔๔) ไว้เป็นหลักฐาน เมื่อได้หลักฐานครบ แต่เกินกำหนดเวลาลงบัญชีฯ แล้วจะได้ไม่มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน

Photobucket

           ถาม : กระผมเป็นนักศึกษาไม่ได้เรียน รด. ขณะนี้อายุ ๒๑ ปีบริบูรณ์ จะทำอย่างไรถึงจะขอผ่อนผันได้
           ตอบ : ต้องรีบไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา ซึ่งมีหน้าที่ทำเรื่องขอผ่อนผัน เพื่อดำเนินการส่งรายชื่อขอผ่อนผัน ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนาทหารโดยด่วน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีที่จะต้องตรวจเลือกเข้ากองประจำการ หากเกินกำหนดจะไม่ได้รับสิทธิในการผ่อนผัน

Photobucket

           ถาม : พ่อกับแม่ของกระผมหย่ากัน พ่อไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่แม่อยู่กรุงเทพฯ กระผมอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ จะลงบัญชี ฯ ที่กรุงเทพฯ จะได้หรือไม่
           ตอบ : ได้ แต่ต้องย้ายทะเบียนบ้านของพ่อมาอยู่กับแม่ที่กรุงเทพ ฯ ด้วย เมื่อลงบัญชี ฯ เสร็จแล้ว จึงค่อยย้ายทะเบียนบ้านของพ่อไปอยู่ที่เชียงใหม่ตามเดิม

Photobucket

           ถาม : ผมเสียเงินไปแล้ว อยากทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อถึงวันเกณฑ์ ผมไม่ไปเกณฑ์ทหาร
           ตอบ : ถ้าไม่ไปเกณฑ์ทหาร จะมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงขัดขืนกล่าว คือ ถ้ายังไม่ได้รับหมายเรียก ฯ จะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ารับหมายเรียก ฯ แล้ว จะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี ทุกคนจะต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก และจะได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือก ฯ (แบบ สด.๔๓) จากประธานกรรมการตรวจเลือก ในวันตรวจเลือกเท่านั้น ถ้าได้รับในวันอื่น ถือว่าเป็นเอกสารที่ทางราชการมิได้ออกให้ หากผู้ใดนำไปใช้ถือว่าใช้เอกสารปลอม จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

Photobucket

           ถาม : ขณะนี้เหตุการณ์ปกติไม่มีสงครามแล้ว ควรจะยกเลิกการเกณฑ์ทหารได้หรือไม่
           ตอบ : ไม่ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ โดยรับราชการทหาร ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจเลือกทหารทุกปี เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไว้ทั้งในยามปกติ และในยามสงคราม ทั้งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญด้วย

Photobucket

           ถาม : ถ้าไม่ลงบัญชีทหารกองเกินจะมีความผิดอย่างไร
            ตอบ : ถ้าเกินกำหนดระยะเวลาการลงบัญชี ฯ จะมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน กล่าวคือ ถ้าเจ้าหน้าที่สัสดีส่งรายชื่อไปให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเจ้าตัวได้มาแสดงตนของลงบัญชี ฯ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สัสดีจะส่งรายชื่อไปให้ตำรวจติดตามจับกุมตัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Photobucket

           ถาม : ถ้าอายุ ๑๗ ปี แล้ว ยังอยู่เมืองนอกสามารถไปแจ้งลงบัญชี ฯ ที่สถานทูตไทยประจำประเทศนั้น ๆ ได้หรือไม่
           ตอบ : ไม่ได้ แต่จะแจ้งแทนได้ โดยต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และเชื่อถือได้ที่อยู่ในประเทศไทยไปแจ้งการลงบัญชี ฯ แทน ณ อำเภอภูมิลำเนาของบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครอง แล้วแต่กรณี โดยนำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน หรือสูติบัตรพร้อมทะเบียนบ้าน และต้องทราบตำหนิแผลเป็นของผู้ขอลงบัญชี ฯ ด้วย เพื่อเจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอจะได้ตรวจสอบหลักฐาน และสอบสวนผู้แจ้งแทน หากปรากฎชัดเจนว่าผู้ขอลงบัญชี ฯ มีอายุอยู่ในกำหนดลงบัญชี ฯ มีสัญชาติไทยจริง มีภูมิลำเนาถูกต้อง ก็จะดำเนินการลงบัญชีฯ ให้ พร้อมกับออกใบสำคัญ (แบบ สด.๙) มอบให้ผู้ขอลงบัญชีฯ แทนรับไป เพื่อนำไปมอบให้กับเจ้าตัว เก็บไว้เป็นหลักฐาน

Photobucket

           ถาม : ผมมีสิทธิผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร แต่ผมเสี่ยงไปเข้ารับการตรวจเลือกและถูกเข้ากองประจำการ กรณีนี้ผมจะขอผ่อนผันลาไปศึกษาต่อจนกว่าจะสำเร็ยการศึกษาแล้ว จึงค่อยเข้ารับราชการในกองประจำการจะได้หรือไม่
           ตอบ : ไม่ได้ เพราะเป็นการสละสิทธิ์ในการผ่อนผัน โดยสมัครใจเข้ารับการตรวจเลือก ดังนั้นเมื่อถูกเข้ากองประจำการ จะต้องเข้ารับราชการในกองประจำการ ตามกำหนดในหมายนัดของนายอำเภอ จะขอผ่อนผันลาไปศึกษาต่ออีกไม่ได้

Photobucket

           ถาม : ขณะนี้ผมอายุ ๒๒ ปีบริบูรณ์ ปีที่แล้วผมรับหมายเรียก ๆ แต่ไม่ได้ไปตรวจเลือก อยากทราบว่าปีนี้ จะไปตรวจเลือกได้หรือไม่ หรือจะต้องปฏิบัติอย่างไร
           ตอบ : ถ้าได้รับหมายเรียก ฯ แล้ว ไม่ไปเข้ารับการตรวจเลือกมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี หากไปในวันตรวจเลือกทางคณะกรรมการตรวจเลือกจะแจ้งให้ทางอำเภอส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีเมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว ทางอำเภอจะมอบหมายเรียก ฯ ให้ไปเข้ารับการตรวจเลือกต่อไป

Photobucket

           ถาม : นักศึกษาได้แจ้งขอผ่อนผันการตรวจเลือกต่อสถานศึกษา และสถานศึกษาได้ส่งรายชื่อขอผ่อนผัน ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยทำเรื่องขอผ่อนผันส่งไปพร้อมกันจำนวน ๑๕ คน ซึ่งมีภูมิลำเนาทหารอยู่จังหวัดเดียวกัน ปรากฎว่าได้รับการผ่อนผัน ๑๔ คน ส่วนอีก ๑ คน ชื่อตกหล่นไม่ได้รับการผ่อนผันจึงต้องเข้ารับการตรวจเลือก และจับสลากถูกเข้ากองประจำการแผนกทหารบก อยากทราบว่าทำอย่างไรถึงจะได้รับการผ่อนผันเช่นเดียวกันกับ ๑๔ คนนั้น
           ตอบ : กรณีนี้ จะต้องยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการชั้นสูง โดยติดต่อที่แผนกสัสดีจังหวัด ที่เข้ารับการตรวจเลือก เพื่อขอความเป็นธรรม ถ้าคณะกรรมการชั้นสูงพิจารณาแล้ว ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่า เกิดบกพร่องทางธุรการ เนื่องจากมิได้เพิ่มรายชื่อไว้ ในบัญชีเรียกประเภทคนผ่อนผัน คณะกรรมการชั้นสูง ก็จะตัดสินงดส่งตัวเข้ากองประจำการ ให้กลับมีสภาพเป็นทหารกองเกิน และมีสิทธิได้รับการผ่อนผันต่อไป

Photobucket

           ถาม : เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาแล้ว สถานศึกษาของเอกชนจะต้องแจ้งให้ กห.ทราบ เพื่อจำหน่ายจากคนผ่อนผันการเรียกพลนั้นต้องส่งผ่านทบวงก่อนหรือไม่
           ตอบ : ไม่ต้องส่งผ่านทบวง ส่งตรงให้ กห. เพื่อดำเนินการเหมือนกับการขอผ่อนการเรียกพล


Photobucket



ข้อควรจำ

ใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.๔๓) ประธานกรรมการตรวจเลือก จะเป็นผู้มอบให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกทุกคน ในวันตรวจเลือกเท่านั้น หากไม่ได้ไปเข้ารับการตรวจเลือก แต่ได้รับใบรับรองผล ฯ (แบบ สด.๔๓) จากบุคคลอื่น ในวันอื่น แสดงว่าเป็นใบรับรองผล ฯ ปลอม มีความผิดต้องระวางโทษถึงจำคุก


ที่มา   http://www.defence.thaigov.net/inform/secright.html


Photobucket

 




Thai Laws

การรับรองเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของต่างประเทศ (สำหรับสมาชิก)
สัญชาติ: เมื่อคนไทยแต่งงานกับคนต่างชาติ (สำหรับสมาชิก)
บุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวที่มีสัญชาติไทยกับการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในไทย (สำหรับสมาชิก)
Buying Land or Condo (สำหรับสมาชิก)
Resident Visa: Thailand (สำหรับสมาชิก)
การขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร (สำหรับสมาชิก)
Visa on Arrival: Thailand (สำหรับสมาชิก)
Tourist Visa Exemption: Thailand (สำหรับสมาชิก)
หนังสือเดินทางสูญหาย (สำหรับสมาชิก)
ปัญหาเกี่ยวกับการรับรองเอกสาร (สำหรับสมาชิก)
ปัญหาเกี่ยวกับการสมรสและหย่า (สำหรับสมาชิก)
สูติบัตรและปัญหาเกี่ยวกับบุตร (สำหรับสมาชิก)
ปัญหาเกี่ยวกับมรณบัตร (สำหรับสมาชิก)
คนต่างด้าวกับที่ดิน (สำหรับสมาชิก)
ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ (สำหรับสมาชิก)
การเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนราษฎร (สำหรับสมาชิก)
Thai Visa : Non-B (สำหรับสมาชิก)
Thai Visa : Non-O (สำหรับสมาชิก)
Adoption in Thailand (สำหรับสมาชิก)
Citizenship Law (สำหรับสมาชิก)
Report Birth Of Thai National Abroad (สำหรับสมาชิก)
Land (สำหรับสมาชิก)



bulletFeature Articles
bulletMarriage & Divorce
bulletImmigrant Visa
bulletNon-Immigrant Visa
bulletFree Zone
bulletExchange Program
bulletWomen & Money
bulletThai Laws
bulletDating
bulletSSN & DL
bulletMisc
bulletBehind the Facade
bulletCoffee Break
bulletMarket Place
dot
useful links
dot
bulletCase status online
bulletUSCIS Civil Surgeons
bulletUSCIS Field Offices
bulletImmigration Overseas Offices
bulletApplication Support Centers
bulletInfoPass
bulletUSCIS Home
bulletImmigration Forms
bulletForeign Embassies and Consulates Worldwide
bulletDept of Labor
bulletDept of State
bulletETA
bulletVisa Bulletin
bulletTravel
bulletEOIR
bulletSelective Service
bulletSocial Security Online
bulletIRS
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletUtopiaThai
bulletWorldTimes
bulletHumansRights
dot
Newsletter

dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


Copyright © 2009-2015 All Rights Reserved.