เรื่องจริง.. เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งมี มีมานานหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่คนมาใหม่ ไม่รู้กฏหมาย ไม่สนใจจะศึกษาค้นคว้า ไม่อยากจ่ายเงินค่าปรึกษาทนาย ก็มักตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ได้ง่ายๆ ค่ะ

เมื่อต้นปีนี้เอง ผมได้เดินทางไปเรียนหนังสือที่ลาสเวกัส แล้วก็ได้รู้จักกับผู้หญิงคนนี้ ที่ได้มาตีสนิทและอ้างตัวว่า สามารถยื่นเอกสารที่เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นให้ได้ ไม่ว่าจะกรณีอะไรก็แล้วแต่
และยังบอกว่า ทำมานานแล้ว และมีประสบการณ์มากกว่า 7 ปี แล้วยังมีทนายความอีกคนที่เก่งมาก ที่สามารถติดต่อเรื่องใบเขียวและสามารถทำโซเชี่ยวที่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมายด้วย
หลังจากนั้นไม่นาน ที่สนิทกันแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็ได้ชักชวนผมทำล๊อตโต้กรีนการ์ด ซึ่งเขาบอกกับผมว่า อาจจะโชคดีได้ โดยที่ขั้นต้นผมได้จ่ายเงินไปให้เขา เพื่อแค่กรอกเอกสารส่งไปทำ ล๊อตโต้ใบเขียว ถึง 100$ และอีก 250$ สำหรับค่าทำโซเชียวที่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย
ซึ่งขณะนั้นผมเพิ่งจะมาถึงอเมริกา ยังไม่มีความรู้ทางด้านนี้มากนัก จึงได้ตัดสินใจทำเรื่องโซเชี่ยวและล๊อตโต้กรีนการ์ดกับผู้หญิงคนนี้
หลังจากนั้นประมาณหกเดือน หลังจากที่ผมย้ายไปที่ซานฟรานซิสโก ผมก็ได้รับการติดต่อจากผู้หญิงคนนี้อีกครั้งหนึ่งว่า ผมได้รับคัดเลือกในล๊อตโต้กรีนการ์ด
ผมจึงได้ถามว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง ผู้หญิงคนนี้ก็บอกว่า ให้ผมเตรียมเอกสาร พร้อมกับเงินสดค่าทนาย เป็นจำนวน 1550$ เป็นเงินเบื้องต้นที่จะต้องยื่นเรื่องนี้
ผมก็ได้ถามเกี่ยวกับหลักฐานและจำนวนเงินที่จะต้องชำระทั้งหมด แต่ผู้หญิงคนนี้กลับบ่ายเบี่ยงที่จะให้เอกสาร และไม่บอกจำนวนเงินที่ต้องชำระทั้งหมด ที่แสดงว่าเราได้ล๊อตโต้กรีนการ์ดจริงๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้หญิงคนนี้ก็มาติดต่ออีกครั้งว่าโซเชี่ยวที่สามารถทำงานได้ของผมเสร็จแล้ว ส่งมาให้แล้วที่บ้าน แต่ผู้หญิงคนนี้บอกว่า ไม่มีคนรับ จดหมายจึงตีกลับ หากว่าผมยังต้องการโซเชี่ยวใบนี้ ผมต้องชำระเงินอีกถึง 550$ ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกส่งกลับไทย
ด้วยความที่เราไม่รู้จริงๆ ทำให้ผมต้องส่งเงินจำนวนนี้ไป หลังจากนั้นอีก เรื่องของผมก็เงียบหายไป ผมพยายามติดต่อ เพื่อที่จะขอหลักฐานใบเสร็จ และจดหมายจากทางอิมมิเกรชั่น แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อมา
หลังจากนั้นอีกไม่กี่อาทิตย์ ผู้หญิงคนนี้ก็โทรมาบอกว่า เราต้องส่งผลการตรวจร่างกายให้กับทางอิมมิเกรชั่น แล้วยังบอกว่า คนไทยส่วนมากจะไม่ผ่านเรื่องการตรวจร่างกาย แต่เขาบอกว่าทางทนายสามารถที่จะทำเอกสารตรงนี้ให้เราได้
เราจึงยอมเสียเงินอีกถึง 280$+70$
สองอาทิตย์ผ่านไปเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้ก็ได้ติดต่อมาอีกว่า ที่อยู่ที่ซานฟรานซิสโกที่ผมเรียนอยู่นั้น ไม่สามารถที่จะรับเอกสารได้ ผมจะต้องเช่าที่อยู่ เพื่อรับเอกสารนั้นในแอลเอ ซึ่งตัวเขาสามารถจัดหาที่อยู่นั้นให้ได้ แต่จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 100$
ด้วยความที่ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ จึงยอมเสียไปอีก และผู้หญิงคนนี้บอกว่า ห้ามไปบอกใครเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกอิมมิเกรชั่นส่งกลับไทย
ผมก็ลังเลและรู้สึกกลัวว่าจะถูกส่งกลับเมืองไทย ผมจึงต้องยอมจ่ายเงินให้ผู้หญิงคนนี้ไป
ผ่านมาหนึ่งเดือน ผู้หญิงคนนี้ก็ติดต่อมาอีกที บอกว่า ผมจะต้องจ่ายเงินอีก 1,000$ ไม่เช่นนั้นเรื่องของผมจะถูกยกเลิก
ด้วยความที่ผมสงสัย เพราะไม่เคยได้รับเอกสารอะไรจากผู้หญิงคนนี้เลย ผมจึงได้เดินทางมากับพี่ที่รู้จัก และมาสอบถามกับตัวผู้หญิงคนนี้เอง แต่เขากลับโวยวายว่าผมเรื่องมาก และกลบเกลื่อนเบี่ยงเบนประเด็นในคำถาม และพยายามบอกผมว่า ให้ใจเย็น เพื่อยืดเวลาออกไป
เมื่อรุ่งเช้าถัดมา ผมได้ติดต่อเค้าไป และได้ต่อว่าผู้หญิงคนนี้ ว่าทำไมแค่เอกสารแค่นี้ถึงให้ผมไม่ได้ เขากลับบอกว่า ทนายอยู่ตรงนั้นและได้ยินที่ผมพูด เลยน้อยใจไม่ยอมทำเรื่องต่อให้ สร้างความงุนงงให้ผมมาก ว่าทำไมทนายถึงใจน้อยได้
ผู้หญิงคนนี้บอกว่า ทนายจะไม่ยอมทำเรื่องให้แล้ว และจะยกเลิกเรื่องทั้งหมด โดยไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นให้แก่ผม และขู่ว่าอาจจะถูกอิมมิเกรชั่นส่งกลับเมืองไทย
ผมจึงได้ขอเอกสารทั้งหมดกลับคืน ถ้าหากว่าผมได้ล๊อตโต้กรีนการ์ดจริงๆแล้ว ผมก็จะนำเอกสารนี้ไปทำเรื่องกับทนายคนอื่นต่อ
แต่ผู้หญิงคนนี้กลับบ่ายเบี่ยงอีกครั้ง ไม่ยอมให้เอกสารกับผมคืน และผมอยากจะเจอกับตัวทนายด้วยตัวผมเอง แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่ยอมท่าเดียว
ทำให้ผมเริ่มสงสัยว่าอาจจะถูกหลอกแล้ว(เพิ่งฉลาด) ผมเลยได้โวยวายไป เขาก็เริ่มอ่อนข้อ และต่อรองว่าจะคืนเงินผมเป็นจำนวนเงินบางส่วนเท่านั้น
แต่ผมไม่ยอม เพราะถ้าหากผมถูกหลอกลวงแล้ว ผมควรจะได้กลับคืนมาทั้งหมด รวมกับค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จะต้องใช้ตอนรอเรื่องของเขา เขากลับโวยวายว่าผมงี่เง่า และไม่ยอมที่จะชดใช้ให้ แล้วยังท้าให้ผมไปแจ้งที่อิมมิเกรชั่นอีกด้วย
วันรุ่งขึ้น น้องสาวของผู้หญิงคนนี้ก็โทรมาเพื่อที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องราวทั้งหมด โดยยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด แต่ไม่ให้ผมเอาเรื่องราวใดๆกับพี่สาวของเขา(ผู้หญิงที่หลอกผม)
ปรากฎว่าหลังจากที่ผมได้เรียกร้องค่าเสียหายไป เขากลับบอกว่า "ให้ไม่ได้แล้ว จะไปทำอะไรก็เรื่องของเธอ"
เรื่องนี้ผมกลับคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและอาจเคยเกิดขึ้นกับหลายๆคน ที่ผู้หญิงคนนี้เคยหลอกมาตลอดระยะเวลา หลายปี ผมจึงตัดสินใจที่จะเขียนเมลล์นี้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่อยู่ที่อเมริกา
ผู้หญิงคนนี้มักจะไปที่เมืองที่อยู่ห่างไกลจากแอลเอ และหลอกลวงคนที่ทำงานหรือนักเรียนที่อยู่อเมริกา อยากให้ทุกคนได้อ่านแล้วส่งต่อๆ ไปเพื่อจะได้ไม่โดนคนพวกนี้หลอกลวง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรา และตราบใดที่เขายังไม่ชดใช้ผลของการกระทำของเขา ผมก็จะแจ้งความดำเนินคดีและติดต่อกับผู้สื่อข่าว เพื่อที่จะประจานและประนามความเลวของคนๆนี้ ให้กับคนไทยที่อเมริกาทุกคนได้รับรู้ และไม่ต้องเป็นเหยื่อของคนเลวๆ อย่างผม
ในกรณีของผม ผู้หญิงคนนี้อ้างว่า ชื่อ "เอ๋" เป็นผู้หญิงที่มีกิริยาคล้ายชาย มักจะเข้ามาตีสนิทกับคนในร้านอาหารไทย ทำทีเป็นลูกค้า และคุยกับคนในร้าน แล้วยังได้โฆษณาว่าตัวเองสามารถติดต่อทนาย เพื่อทำเรื่องอิมมิเกรชั่นได้ทุกเรื่อง ย้ำ! ทุกเรื่อง
ถ้าสัปดาห์หน้า เขายังไม่ให้เงินคืนผม ผมก็จะให้ชื่อจริงกับทุกๆ คนที่อ่านเมลล์ฉบับนี้
ทุกประโยคและทุกคำที่ผมเขียนลงไป มีหลักฐานถ้ามีใครสนใจ ผมยินดีส่งให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ผมมีทั้งเอกสารการส่งเงิน และการอัดบันทึกเสียงของคนเลวคนนี้ เรื่องที่จะเกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริง และเกิดกับตัวผมมาแล้ว ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณอาจจะต้องเสียเงินและเจ็บใจอย่างแสนสาหัส และอยากจะไปกระทืบไอ้คนนี้ !!!
ถ้าหากว่าผู้ใดที่เคยมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น โปรดอีเมลล์มาที่ kwai_club@hotmail.com
แล้วเราจะรวบรวมผู้เสียหาย เพื่อร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ คนไทยที่ต้องเสียรู้ให้กับคนไทยด้วยกันเอง ใครมีความรู้ขอคำแนะนำหน่อยนะคับบ
Source: ThaitownUSA
